7.21.2014

[REVIEW] BOTOX หน้าเล็ก งานหน้าเรียว :) กับ PISIT CLINIC

          สวัสดีค่ะ วันนี้อุ๋มจะมาบอกอะไรอย่างหนึ่งล่ะ ว่า ,,,,  อุ๋มไปฉีด BOTOX ที่กล้ามเนื้อช่วงกรามมา ก่อนอื่นเลย ทุกคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ!! หน้าเล็กอยู่แล้วจะฉีดทำไม ฉีดเพื่ออะไร อ้าวนี่ศัลยกรรมนี่ นี่ ... 

          ต้องขอตอบว่า เรื่องนี้ได้ผ่านการคิดไตร่ตรอง รวมทั้งปรึกษาคนรอบๆ ตัวแล้วค่ะ ส่วนใหญ่ๆ มาจากความอยากรู้อยากเห็น ของตัวอุ๋มเองเป็นอันดับแรกเลยค่ะ เพราะว่าสงสัยจริงๆ ว่าการ ฉีด BOTOX จะได้ผลมากน้อยเพียงไร และผลเป็นอย่างไร อุ๋มจึงทำการศึกษาขั้นต้นมาพอสมควรค่ะ


ก่อนจะเข้าเรื่องขอพูดถึง BOTOX สักนิดว่า คืออะไร ?

เอาแบบภาษาชาวบ้านๆที่พอจะอธิบายได้ BOTOX มันก็คือสารที่เวลาฉีดเข้าไป มันจะไประงับการทำงานของกล้ามเนื้อให้มันหยุดทำงาน คือ จากกล้ามเนื้อที่มัน หนาๆ พอมันไม่ทำงานมันก็จะฟีบลงค่ะ หรืออีกอย่างฉีดเข้าไปเพื่อบังคับการทำงานของกล้ามเนื้อ คือพอฉีด BOTOX เข้าไปในกล้ามเนื้อบางอย่างที่มันขี้เกียจทำงาน หรือที่เราเห็นปรากฏเป็นริ้วรอย พอฉีดเข้าไปมันก็จะยกตัวขึ้น นั่นหมายความว่า BOTOX ไม่ได้ทำได้แค่ลดกรามหรือริ้วรอย แต่มันช่วยแก้ปัญหาหลายๆ ด้านที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้ด้วยค่ะ

ยังคงรู้สึกว่า BOTOX คือการปรับรูปหน้าเพียงชั่วคราวค่ะ เพราะว่า ฤทธิ์ของตัว BOTOX ที่ฉีดเข้าไปนั้นอยู่ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้นค่ะ อันนี้ใครจะว่าหน้าอุ๋มศัลยกรรมยังไง อีก 6 เดือนก็หายศัลแล้วนะ ฮือออ ส่วนคางกับจมูกนั้น ไม่ได้ทำนะคะ :) เผื่อสงสัยกันนน

อุ๋มฉีด BOTOX ช่วงกรามมาได้ 2 เดือนเต็มแล้วค่ะ ผลที่ได้นั้น บอกเลยว่า สะพรึง และ พึงพอใจมาก!! นี่ขนาดสัญญากับตัวเองว่าหลังหมดฤทธ์ BOTOX ครั้งนี้แล้วจะไม่ฉีดแล้วนะ นี่ยังแอบนับวันเลยว่า จะหมดฤทธิ์ช่วงไหน คืออยากหน้าเล็กแบบนี้ตลอดไปง่ออออออวว ,,,,

มาดูรูปกันดีกว่าค่ะ


ตอนคุยกับคุณหมอก็ปรึกษากันว่า อยากให้รูปหน้ารับกับคางมากขึ้น เพราะว่า คางจริงๆ อุ๋มยาวมากก เอาจริงมันแอบยาวเกินไปนะ แต่ไม่อยากไปเอาออกเลย คือชอบหน้าเดิมๆ แต่อยากให้ช่วงแก้มมันรับกัน คุณหมอเลยจัดการให้ ออกมาเป็น ดังนี้ วิธีการและรายละเอียด เชิญอ่านต่อค้า

เริ่มกันเลย ,,,

คลินิคเวชกรรมที่อุ๋มไปเข้ารับโปรแกรมปรับรูปหน้า(V-shape) นั้น คือ PISIT CLINIC หรือ พิสิษฐ์คลินิกเวชกรรม ค่ะ ที่ โปรแกรมปรับรูปหน้าของคลินิกนั้นประกอบไปด้วยการใช้เลเซอร์ ที่ปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด รวมไปถึงการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ค่ะ อุ๋มเลือก การฉีด BOTOX นี่ละค่ะ

โดย นพ. พิสิษฐ์ เจียมจิรอานนท์ หรือ พี่หมอเหน็น เป็นคุณหมอที่ดูแลอุ๋มในครั้งนี้ค่ะ ก่อนอื่นต้องขอชมเลยว่าคุณหมอดูเด็กมาก และหน้าใสชนิดที่ว่าอุ๋มอายเลยค่ะ วันหลังต้องไปปรึกษาหาวิธีดูแลผิวด้วยล่ะ และที่สำคัญพี่หมอใจดีด้วยนะคะ


BOTOX ยี่ห้อที่อุ๋มฉีด เป็นของ USA ค่ะ จากที่หาข้อมูลมาคือ ตัวยา BOTOX จะมีหลายยี่ห้อด้วยกันค่ะ ก่อนไปฉีดควรทำการบ้านก่อน เพราะ แต่ละตัว ก็มีประสิทธิภาพ และราคาที่ต่างกันออกไปค่ะ เอาง่ายๆ ว่าถ้าจะไปฉีดเนี้ย ควรไปฉีดที่คลีนิคเวชกรรมที่เชื่อถือได้นะคะ เพราะ ต้องดูทั้งตัวยาว่าใช่ของแท้มั้ย ถ้าปลอมแบบดีๆ หน่อย ก็แค่ฉีดไปเท่าไหร่ก็ไม่ยุบเสียตังค์อย่างเดียว แต่ถ้าปลอมแบบแย่ๆ ล่ะก็ นอกจากเสียตังค์แล้วหน้าก็ยังจะพังไปด้วยนะคะ T-T 

ฝีมือของคุณหมอ ก็สำคัญมากๆๆๆ นะคะ เพราะว่า หน้าจะเบี้ยวไม่เบี้ยว ออกมาสวยไม่สวย พังไม่พังอันนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือหมอล้วนๆ ว่ามีความชำนาญในการฉีดแค่ไหน หมอที่เชี่ยวชาญจะรู้ว่าควรจะฉีดตำแหน่งไหนยังไงตามหลักวิชา และคุณหมอที่ดี น่ารัก และมีจรรยาบรรณจะให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับปริมาณยาที่ใช้ ไม่ตามใจแบบเรา เช่น อยากหน้าเล็กมากๆๆ ฉีดไปเลยค่ะ หนักๆ เยอะๆ หลายๆ ยูไปเลย อันนี้ผิดนะคะ คุณหมอจะห้ามเราเองค่ะ ทางที่ดีที่สุดคือควรเลือกฉีดกับแพทย์ในคลินิกเวชกรรมเท่านั้น

มาเข้าเรื่อง BOTOX ต่อ อันนี้อุ๋มฉีดแต่ช่วงของกรามไป 4 จุด ค่ะ ข้างละ 2 จุด เพื่อให้รูปหน้าช่วงกรามรับกับคางแหลมๆ ค่ะ


เริ่มแรกก่อนฉีดเลย คุณหมอ ก็จะให้คำปรึกษาค่ะ ว่า จะต้องทำยังไง ฉีดอย่างไรบ้าง ตรงไหนบ้าง รูปหน้าจะออกมาเป็นอย่างไร ความรู้สึกก่อนฉีด ตอนฉีด หลังฉีด อธิบายโดยละเอียดเลยล่ะค่ะ หน้าด้านล่างนั่นไม่ใช่สงสัยนะคะ คือ นางกลัวค่ะ นางกลัวเข็มเป็นที่สุดค่ะ บอกเลย T-T แต่อยากสวย ต้องยอมมม

ถามว่า พร้อมไหม? จุดนี้ต้องพร้อมแล้วละค่ะ


ว่าแล้วก็ลงยาฉาเลยค่ะ อย่าได้รอช้า คุณหมอป้ายยาชาตรงหน้าส่วนที่จะทำการฉีด BOTOX ค่ะ ทาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วคราวนี้ก็พร้อมขึ้นเขียงล่ะค่ะ

ฮื่อออออ แอบกลัวว


ผ่านไป 30 นาที คุณหมอ ก็มาจับกราม และระบุตำแหน่งเจ้ากรามตัวการ ค่ะ 


คุณหมอ : เอ้า น้องอุ๋ม กัดฟันนะครับ
อุ๋ม : (กัดฟัน) อัดแอ๊วอ่ะ (กัดแล้วค่ะ)

ว่าแล้วก็เสียบบบค่า เอาจริงๆ ไม่รู้สึกอะไรเลยนะคะ คือ ไม่เจ็บเลย แค่ตึงๆ รู้สึกเหมือนมีอะไรดันเข้าตรงแก้ม แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเข็มทิ่มเข้าไปเลย กลัวไปเองทั้งน๊านนนนน


เสร็จแล้วค่ะ คุณหมอ ก็บอกว่า หลังจากนั้น จะมีอาการเมื่อยๆ นะ ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 เพราะ กล้ามเนื้อที่ถูกฉีดนั้น เริ่มอ่อนตัวลง และ เวลาเคี้ยว ก็จะเมื่อยๆ เล็กน้อย แต่อุ๋มไม่ประสบพบเจอปัญหาใดๆ ตลอดมา ตั้งแต่ฉีดเลยค่ะ อาจเป็นเพราะว่า ไม่ค่อยได้เอากรามไปเคี้ยวเนื้อแข็งๆ ก็เป็นได้ :)

รูปแรกทางซ้ายมือ ยังไม่ได้ฉีดค่ะ และ 
ภาพที่ 2 และ ที่ 3 ถ่ายหลังจากเวลาต่อมา 1 เดือน และ 2 เดือนค่ะ

แต่หลังจากที่ฉีดมาได้ 2 สัปดาห์ เท่านั้น ก็รู้สึกว่าได้ว่ากราม (บริเวณที่ฉีด) นั้นเล็กลง หน้าดูเป็น V-shape มากขึ้นจริงๆ แต่คือไม่ได้ชัดขนาดนั้นนะคะเวลาดูด้วยตาเปล่า แต่พอเอารูปมาเทียบกันเท่านั้น ฮุ้วว เล็กลงจริงง่ะ ถามว่าผลออกมาเป็นที่พอใจไหม สำหรับการ BOTOX ครั้งนี้ อุ๋มโอเคเลยนะคะ แต่ด้วยความที่หน้าเรียวอยู่แล้ว อาจเห็นผลน้อยกว่าคนอื่นค่ะ ต่อไปก็ต้องออกกำลังกายให้ตัวเรียวลงบ้างละ

ถามว่าอยากฉีดอีกไหม สำหรับตัวอุ๋มเอง คงรอครบ 6 เดือนก่อนค่ะ แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ว่าเป็นอย่างไร ตอนนี้ยังพอใจกับผลอยู่ แต่คือไม่ใช่ว่าหน้าเรียวอย่างเดียวจะสวย ก็ต้องออกกำลังให้ตัวผอมไปด้วย หุ่นจะได้รับกับหน้า :) แต่ถ้าใครสนใจสำหรับการฉีด BOTOX ปรับรูปหน้านั้น อุ๋มหวังว่าบล๊อกนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ และก็ขอให้ใช้วิจารณญาณ และ ศึกษาให้ถี่ถ้วนรอบคอบให้ดีก่อนฉีดนะคะ เพราะผลที่ได้ออกมานั้น แตกต่างกันไปตามตัวบุคคลค่ะ 

รายละเอียดของ PISIT CLINIC ตามนี้เลยนะคะ สถานที่ตั้งของคลินิก คือ



เบอร์โทรติดต่อ ของ คลินิค 02-681-4627 หรือ http://www.pisitclinic.com/

Disclaimer: Sponsored by พิสิษฐ์ คลินิก

7.07.2014

[REVIEW] คอนแทคเลนส์รายวัน จาก Johnson & Johnson ของอุ๋ม :)

                สวัสดีค่ะ อุ๋มกลับมาอีกแล้ว คิคิ ช่วงนี้มีเวลาเยอะ อยากรีวิว สรรพสิ่งที่ไม่ได้มีเวลามารีวิวก่อนหน้านี้ ก็เล่นบินซะยับเยินขนาดนั้น ตอนนี้มีเวลามากขึ้นแล้วค่ะ อุ๋มจึงขอมารีวิว ไอเทม ชิ้นหนึ่งที่ขาดไม่ได้เวลาไปบินค่ะ ไอเทมนี้นั้น สำคัญในด้านของเซฟตี้ และ ความสะดวกสบายเลยค่ะ

                อันเนื่องมาจากความพิการทางสายตาของอุ๋มนั่นเอง ทำให้อุ๋มต้องมีไอเทมชิ้นนั้น คงทราบกันแล้วแน่ๆ เลยว่าสิ่งที่อุ๋มกำลังจะพูดถึงนั้นคือ Contact Lenses ค่ะ บล๊อกนี้ของอุ๋มจะรีวิว คอนแทคเลนส์ รายวัน จาก Johnson & Johnson ค่ะ


                เจ้าคอนแทคเลนส์ ใสๆ เนื้อนิ่มตัวนี้ละค่ะ เป็นคอนแทคเลนส์ที่อุ๋มจะมารีวิวในวันนี้ ,,, มาดูข้อมูลที่ทางแบรนด์ Claim มาเลยค่ะ

1-DAY ACUVUE MOIST CONTACT LENSES

ระยะเวลาการใช้งาน : ใช้งานได้ไม่เกิน 1 วัน (ชนิดใช้ได้ครั้งเดียว)
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่มีจำหน่าย : 14.2 มม.
รัศมีความโค้งที่มีจำหน่าย : 8.5 และ 9.0 มม. (เดี๋ยวจะมาพูดถึงความแตกต่างนะคะ)
กำลังค่าสายตาสั้น : ตั้งแต่ -0.75 ถึง -12.00 Diopter
กำลังค่าสายตายาว : ตั้งแต่ +0.50 ถึง +6.00 Diopter
จำนวนเลนส์/กล่อง : 30ชิ้น 15คู่



              OUMM's REVIEW.



                สำหรับตัวอุ๋มเองหลังจากได้ลอง คอนแทคเลนส์ รายวัน จาก Johnson & Johnson ค่าสายตาสั้น 75 หรือ -0.75 มา 6 คู่ แบ่งเป็น รัศมีความโค้ง 8.5 มม. 3 คู่ และ 9.0 มม. 3 คู่ ความรู้สึกอุ๋มมีดังนี้ค่ะ

                ขออ้างอิงไปก่อนว่า ...

                อุ๋มไม่ค่อยใส่คอนแทคเลนส์ใสๆ ค่ะ เพราะ ว่ากลัวลืม (อันนี้ไม่ได้บ้านะ) กลัวจริงๆ เพราะบางทีบินลงล้ามากๆ กลัวจะแบบ เออหลับเลยก็ได้ เลยแบบ ใส่สีไว้ดีกว่า มองเห็นดี อีกอย่างเหมือนกลัวว่าตาแห้ง แล้วเลนส์จะขึ้นไปติดในตา ฮ่าๆๆ เป็นความกลัวประหลาดๆ ล้วนๆ อ่ะ อุ๋มก็เลยกังวลค่ะ แต่มาครั้งนี้กล้าใส่แล้ว ลองดูอีกซักตั้ง เพราะ หลังๆ มาไปบินไม่อยากใส่เลย กลัวเจ็บตา ทั้งความแห้งของอากาศบนเครื่อง ความสะอาด การทำงานต่างๆ กลัวว่าใส่แล้วจะรำคาญ เลยยอมเดินเบลอๆ ไป เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ยิ่งบินไฟลทดึกๆ นะจบเลย ตาบอดดีดี นี่เองค่ะ

             พอคิดถึง เรื่อง Safety ทั้งของผู้โดยสารและตัวเอง เลยคิดว่าหาซักยี่ห้อมาใส่เถอะ แต่ลองมาเยอะยังไม่ถูกใจค่ะ




                งั้นมาดูกันเลยค่ะ ว่าใส่ เลนส์ของ Johnson & Johnson แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ว่าแล้วก็แกะห่ออกมาดูรรูปร่างลักษณะของเลนส์กันค่ะ แกะห่อออกมาปุ๊บก็จะเห็นเลนส์ลอยไปลอยมาอยู่ ว่าแล้วก็ล้างมือให้สะอาด เน้นว่าต้องทำความสะอาดก่อนจับเลนส์มาใส่ตาเพื่อป้องกันการติดเชื้อนะคะ!! คอนแทคเลนส์เป็นสีฟ้าใสๆ นะคะ ทำให้เห็นเลนส์ชัดดีค่ะ และบนเลนส์มีเครื่องหมาย 123 เป็นตาประทับเล็กๆ แต่ไม่กีดขวางการมองเห็นค่ะ มีประโยชน์สำหรับมือใหม่ที่พึ่งหัดใส่ไว้ดูว่าเลนส์อยู่ด้านที่ถูกต้องหรือเปล่า อันนี้ช่วยอุ๋มได้มากเลยทีเดียวค่ะ ที่สำคัญคือ เนื้อเลนส์ นิ่มมากจริงๆ ค่ะ



รัศมีความโค้งที่แตกต่างกันทำให้รู้สึกอย่างไร (8.5 มม. และ 9.0 มม.)



                ครั้งนี้ อุ๋มได้ลองเลนส์ที่มีรัศมีความโค้งแตกต่างกัน ก็ต้องบอกตรงๆ ว่า ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันจริงๆ ตัวอุ๋มชอบ เลนส์ที่มีรัศมีความโค้งมากกว่า หรือตัว 9.0 mm ค่ะ ใส่แล้วไม่รู้สึกว่ามีเลนส์ในดวงตาเลย คือสบายมากๆๆ ใส่ทั้งวันก็ไม่ปวดหัว อุ๋มเชื่อว่าต้องมีสาวๆ เคยเป็นแบบอุ๋ม คือใส่คอนแทคเลนส์แล้วปวดตา จนปวดหัวไปหมด บางทีกลับบ้านมาถอดคอนแทคปุ๊บ ไมเกรน นี่แทบจะถามหา

                ค่ารัศมีความโค้งของดวงตานั้น สามารถไปวัดได้ ตามโรงพยาบาลตา นะคะ อุ๋มไม่แน่ใจว่าร้านแว่นวัดให้ได้ไหม แต่อุ๋มได้ลองทั้ง 2 ค่า จึงทราบว่าดวงตาตัวเอง เหมาะกับเลนส์ที่มีค่า BC หรือ ค่ารัศมีความโค้งที่ 9.0 mm ค่ะ ใส่พอดีมาก เลนส์ไม่เลื่อนหลุด และไม่รู้สึกรำคาญเลยค่ะ ส่วนผู้ที่มีค่ารัศมีดวงตาน้อยกว่าอุ๋มถ้าใส่อันใหญ่เกิน จะทำให้เลนส์เลื่อนหลุดได้ง่ายนะคะ อันนี้ต้องทราบค่ารัศมีความโค้งของดวงตาตนเองก่อนค่ะ



                สรุปว่าใส่แล้วชอบมากนะคะ อุ๋มใส่ไปบิน มาแล้ว 2 หน ,, ผล คือ ทนได้ค่ะ ปกติขว้างทิ้งตั้งแต่ 3 ชั่วโมงแรก เพราะว่า ตาจะแห้ง ปวดหัวจนทำงานไม่ได้เลยล่ะค่ะ แต่ครั้งนี้ ไปรอดอยู่ มีตาแห้งบ้างเล็กน้อยค่ะ เพราะอากาศข้างบนไม่เหมือนกับสภาพพื้นดินที่เราอยู่ปกติอ่ะเนอะ แต่ว่าอุ๋มลองใส่ไปไหนมาไหน ในวันปกติ ใส่ไปโลดค่ะทั้งวันไม่มีปวดหัวเลย แฮปปี้มาก ได้เจอเลนส์ที่ชอบค่ะ



ตอนอุ๋มไปบินที่ปูซานก็พกไปค่ะ :)


เลยสวยได้ ไม่ต้องใส่แว่น :)

                ที่สำคัญ คือ คอนแทคเลนส์รายวัน นั้นสามารถพกพาได้ง่าย ไปบินก็หอบไป อยู่กี่วันก็นับเลนส์ไปตามนั้นเลย และเรื่องของความสะอาด ก็มั่นใจได้แน่นอน เพราะว่าใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งค่ะ ไม่งั้นแบคทีเรียต้องเยอะ จนตาพังแน่ๆๆ เพราะ อุ๋มขี้เกียจแช่เลนส์ ล้างเลนส์มากๆ ค่ะ อันนี้ใส่ปุ๊บ ทิ้ง แกะห่อใหม่ ชอบเลย :) แต่ว่าข้อควรระวังก็มีนะคะ ต้องศึกษากันดูดีๆ และ ห้ามใส่นอนนะคะ ปกติ อุ๋มมีการพักบนเครื่องบ้าง ก็นอนไม่เกิน 2 ชม. ค่ะ บางทีก็ต้องยอมใส่นอน ตื่นมาก็หยอดตานิดหน่อย ทำงานต่อได้ค่ะ

                วันนี้ขอจบการรีวิวคอนแทคเลนส์ รายวัน จาก Johnson & Johnson เพียงเท่านี้ค่ะ ยังไงถ้าสาวๆ อยากลอง คอนแทคเลนส์ใสๆ ก็ 1-DAY ACUVUE® MOIST™ เป็นอีกตัวนึงที่น่าสนใจเลยค่ะ ได้ข่าวมาว่ามีทั้งค่าสายตาสั้น ยาว เอียงเลยนะคะ :) วันนี้ไปล่ะน๊า ใส่ คอนแทคเลนส์เสร็จก็แต่งหน้าได้ละตาสวยปิ๊งๆๆ พร้อมมมม บ๊ายบายค่า


ติดตามอุ๋มต่อได้ที่ เพจ PannitaP Blog คลิกได้เลยค่า :D